รู้ได้อย่างไรว่าลูกเป็น LD?

ส่วนใหญ่มักพบว่าเด็กเป็น LD เมื่อเข้าเรียนไปแล้ว หรือเมื่ออายุประมาณ 5-7 ขวบ เพราะ LD เป็นปัญหาเรื่องการเรียนหนังสือ โดยพ่อแม่มีวิธีสังเกตุลูกง่ายๆ เช่น ถ้าลูกมีลายมืออ่านยาก อ่านหนังสือไม่ทันเพื่อน เขียนตามคำบอกไม่ได้ หรือมีผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ ก็ต้องหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร แล้วควรพาเขาไปตรวจวัด IQ เพื่อดูว่าปัญหาในการเรียน ของลูกนั้นเป็นเพราะเขา IQ ต่ำกว่าเกณฑ์ หรือเพราะการเรียนรู้ที่บกพร่อง เป็นต้น

นอกจากนี้ทางการแพทย์ยังมีเกณฑ์การวินิจฉัยว่าเด็กเป็น LD จาก 4 องค์ประกอบ ดังนี้

1.มีอาการแสดงออกบางอย่างที่เป็นผลมาจากการทำงานของสมองส่วนกลางบกพร่อง ซึ่งไม่ได้เกิดจากความพิการด้านอื่นๆ เช่น ไม่ได้สูญเสียการมองเห็นไม่ได้มีปัญหาด้านได้ยิน หรือไม่เกี่ยวกัยสภาวะด้านจิตใจ

2.มีระดับ IQ อยู่ที่ประมาณ 85 ขึ้นไป แสดงให้เห็นว่าไม่ได้มีความบกพร่องทางสติปัญญา

3.เมื่อประเมินความสามารถด้านศักยภาพกับการแสดงออกแล้ว เห็นความขัดแย้งกันอย่างชัดเจน เช่น LD ด้านการเขียน เมื่อให้ตอบปากเปล่าจะทำได้ แต่เมื่อให้เขียนไม่รู้จะเริ่มอย่างไร

4.ความบกพร่องนั้นจะคงอยู่ในทุกสถานการณ์ที่ต้องเรียนเรื่องนั้นๆ เช่น ถ้าเป็น LD ด้านคณิตศาสตร์จะไม่สามารถอ่านโจทย์คณิตศาสตร์แล้วทำได้เลย

ทำอย่างไร? เมื่อรู้ว่าลูกเป็น LD

เด็กที่เป็น LD จะมีความเปราะบางทางจิตใจเป็นพิเศษ จึงต้องการกำลังใจและความเข้าใจจากคนรอบข้างเป็นอย่างมาก โดยต้องให้ความร่วมมือช่วยกันดูแลทุกภาคส่วน ตั้งแต่พ่อแม่ ผู้ปกครอง คุณครู โรงเรียน และคุณหมอที่ให้การรักษา

สื่อการเรียนที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก LD อย่างไร

สื่อที่ดีสำหรับเด็ก LD คือ สื่อที่เหมาะกับความต้องการและลักษณะนิสัยเฉพาะของเขา เช่น ถ้าเรารู้ว่าเด็ก LD มีวิธีการเรียนรู้ด้วยการมอง ไม่ใช่การอ่านก็สอนเขาด้วยวิธีการให้ฟังแทน แล้วเด็กจะสามารถประมวลผลจากการฟังและได้ความรู้ไม่ต่างจากเด็กปกติที่อ่านหนังสือ หรือในวิชาคณิตศาสตร์ที่เด็กจำตัวเลขไม่ได้ ก็ใช้การมองภาพและสอนโดยใช้การนับจำนวนภาพที่เพิ่มขึ้นลดลง แทนการบอกหรือลบ ซึ่งจะทำให้เด็กเข้าใจความคิดรวบยอดของการเรียนคณิตศาสตร์ในเรื่องนั้นๆ ได้มากขึ้น เป็นต้น

Categories: news